Open Budget Survey 2019: ผลการประเมินงบประมาณไทย

Open Budget Survey 2019: ผลการประเมินงบประมาณไทย

International Budget Partnership (IBP) ได้เปิดเผยผลการสำรวจการเปิดเผยงบประมาณ หรือ Open Budget Survey ประจำปี 2019 เมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม 2563 ในการประเมินครั้งที่ 7 นี้มีประเทศที่เข้าร่วมการประเมิน 117 ประเทศ ผลการสำรวจเบื้องต้นพบว่า การเปิดเผยข้อมูลงบประมาณ การมีส่วนร่วมของประชาชน และการตรวจสอบงบประมาณของประเทศไทยมีค่าคะแนนเฉลี่ยที่ดีขึ้นกว่าการประเมินรอบปี 2017

การประเมินครั้งนี้ได้กำหนดกรอบเวลางบประมาณที่เกิดขึ้นก่อนวันที่ 31 ธันวาคม 2561 ซึ่งทำการประเมินในปี 2562 และเปิดเผยผลการประเมินในปี 2563 เป็นระบบการประเมินที่ยึดจากเอกสารและข้อมูลที่เผยแพร่ในเว็บไซต์ภาครัฐเป็นหลัก โดยจะมีผู้ประเมินที่มาจากภาควิชาการหรือประชาสังคม แล้วตรวจทานความถูกต้องของเอกสารและการประเมินโดยสำนักงบประมาณ ผู้ตรวจสอบที่ไม่ระบุตัวตน (Anonymous Reviewer) และเจ้าหน้าที่จาก IBP เป็นผู้ร่วมตรวจสอบและให้ความเห็นการประเมิน

การสำรวจ Open Budget Survey ประเมินจาก 3 ด้าน ได้แก่ 1. การเปิดเผยข้อมูล (Transparency) 2. การมีส่วนร่วมของประชาชนในกระบวนการงบประมาณ (Public Participation) และ 3. การตรวจสอบงบประมาณ (Budget Oversight) เช่น สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน กลไกรัฐสภา รวมไปถึงสำนักงบประมาณของรัฐสภา ซึ่งการประเมินทั้งสามด้านนี้ถือเป็นส่วนประกอบสำคัญที่จะช่วยให้เกิดความโปร่งใสให้กับงบประมาณในวงกว้าง

ภาพรวมคะแนน Open Budget Survey 2019 ของประเทศไทย
การเปิดเผยข้อมูล 61/100
การมีส่วนร่วมในงบประมาณ 13/100
การตรวจสอบงบประมาณ 63/100

การเปิดเผยข้อมูล (Transparency)
ด้านการเปิดเผยข้อมูล ประเมินจากเอกสารงบประมาณที่เปิดเผยในเว็บไซต์ของภาครัฐที่สำคัญ 8 ชิ้น ได้แก่ เอกสารแถลงการณ์ก่อนเริ่มทำงบประมาณ ร่างงบประมาณรายจ่ายที่เข้าสู่สภา เอกสารงบประมาณโดยสังเขป เอกสารงบประมาณฉบับประชาชน รายงานงบประมาณระหว่างปี รายงานงบประมาณกลางปี รายงานสิ้นปีงบประมาณ และรายงานการตรวจเงิน โดยพิจารณาจากการเข้าถึงเอกสารงบประมาณของรัฐบาล สาระสำคัญในเอกสารที่เผยแพร่ และวันที่เผยแพร่เอกสารอยู่ในกรอบเวลาที่เหมาะสมหรือไม่

คะแนนความโปร่งใสของไทยอยู่ที่ 61/100 คะแนน แปรผลค่าคะแนนได้ว่า ภาครัฐเผยแพร่เอกสารงบประมาณที่จำเป็นเพียงพอต่อการนำไปใช้ถกเถียงหรืออภิปราย คะแนนสูงกว่าค่าเฉลี่ยทั่วโลกและได้คะแนนเพิ่มขึ้นจากปี 2017 ซึ่งได้ 56 คะแนน

ข้อเสนอที่ควรปรับปรุง คือ การเผยแพร่รายงานงบประมาณกลางปี (Thailand Economic Outlook) ภายในกรอบเวลาสามเดือนหลังจากกลางปีงบประมาณ กล่าวคือ ภายในเดือนเมษายน ถึง เดือนมิถุนายน และต้องปรับปรุงเอกสารงบประมาณให้มีรายละเอียดบางส่วนที่ยังขาดหาย เช่น เพิ่มข้อมูลรายได้และการเบิกจ่ายก่อนปีงบประมาณอย่างน้อยสองปีในร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี เพิ่มข้อมูลหนี้สาธารณะและเศรษฐกิจมหภาคในรายงานสิ้นปีงบประมาณ เพิ่มประมาณการณ์เศรษฐกิจมหภาคและการคาดการณ์รายจ่ายล่วงหน้าอย่างน้อยหนึ่งปีในเอกสารแถลงการณ์ก่อนเริ่มทำงบประมาณ

การมีส่วนร่วมของประชาชน (Public Participation) การมีส่วนร่วมของประชาชน ประเมินจากกลไกภาครัฐที่เปิดโอกาสให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในกระบวนการงบประมาณ ตั้งแต่การร่างงบประมาณจากฝ่ายบริหาร การพิจารณางบประมาณรายจ่ายในสภา การประกาศใช้งบประมาณรายจ่าย โดยอ้างอิงหลักเกณฑ์การประเมิน Principles of Public Participation in Fiscal Policies ของ Global Initiative for Fiscal Transparency (GIFTs) ซึ่งเป็นโครงสร้างสนับสนุนการสร้างความโปร่งใสด้านการคลังในระดับโลก

คะแนนการมีส่วนร่วมของประชาชนของไทยอยู่ที่ 13/100 คะแนน ซึ่งต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของโลกคะแนนทั่วโลก แปรผลค่าคะแนนได้ว่า กระบวนการงบประมาณของไทยเปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมน้อย แต่ก็มีคะแนนที่เพิ่มสูงขึ้นจากการประเมินในรอบปี 2017 ซึ่งอยู่ที่ 7 คะแนน

ข้อเสนอแนะในการยกระดับการมีส่วนร่วมในกระบวนการงบประมาณ คือ สำนักงบประมาณจะต้องขยายกลไกที่มีอยู่ให้ประชาชนมีส่วนร่วมตั้งแต่ขั้นตอนการจัดเตรียมงบประมาณ (Budget Formulation) และ ขั้นตอนการใช้งบประมาณ (Budget Implementation) รวมถึงการเปิดโอกาสให้องค์กรภาคประชาสังคมและภาคีกลุ่มเปราะบางมีส่วนร่วมมากขึ้น

รัฐสภาควรอนุญาตให้ประชาชนและองค์กรภาคประชาสังคมเข้าร่วมการรับฟังความคิดเห็นในช่วงที่กำลังจัดทำร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่าย ก่อนที่จะเสนอร่างสุดท้ายต่อสภาผู้แทนราษฎร รวมถึงควรเปิดโอกาสให้ประชาชนและองค์กรภาคประชาสังคเข้าร่วมรับฟังการเสนอรายงานการตรวจเงินต่อสภาผู้แทนราษฎร ส่วนสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ควรจะสร้างกลไกที่เปิดโอกาสให้ประชาชนสามารถมีส่วนร่วมในการตรวจสอบงบประมาณมากขึ้น

การตรวจสอบงบประมาณ (Budget Oversight)
การตรวจสอบงบประมาณ เป็นการประเมินบทบาทฝ่ายนิติบัญญัติและองค์กรการตรวจเงินแผ่นดิน ซึ่งเป็นกลไกการตรวจสอบงบประมาณตามโครงสร้างของรัฐ ผลการประเมินการตรวจสอบงบประมาณของไทยได้ 63/100 คะแนน แปรผลค่าคะแนนได้ว่าทั้งฝ่ายนิติบัญญัติและสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินมีการตรวจสอบงบประมาณที่เพียงพอต่อกระบวนการงบประมาณ และได้คะแนนเพิ่มขึ้นจากการประเมินในรอบปี 2017 ซึ่งอยู่ที่ 52 คะแนน

เมื่อแยกคะแนนการตรวจสอบงบประมาณของฝ่ายนิติบัญญัติและสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน พบว่า ฝ่ายนิติบัญญัติได้ 69/100 คะแนน แปรผลค่าคะแนนได้ว่ามีการตรวจสอบงบประมาณที่เพียงพอ ส่วนสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินได้ 50/100 คะแนน แปรผลค่าคะแนนได้ว่ามีการตรวจสอบงบประมาณอย่างจำกัด

ข้อเสนอแนะต่อการยกระดับการตรวจสอบงบประมาณ คือ ฝ่ายนิติบัญญัติโดยเฉพาะสภาผู้แทนราษฎรควรอภิปรายแนวทางการจัดทำงบประมาณก่อนที่จะมีการร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี

คณะกรรมาธิการสภาผู้แทนราษฎรที่เกี่ยวข้องกับงบประมาณ ควรจะติดตามการใช้งบประมาณและการพิจารณารายงานการตรวจเงินประจำปี แล้วนำผลที่ได้จากการพิจารณาจัดทำรายงานการติดตามงบประมาณระหว่างปี (In-Year Budget Report) และรายงานข้อเสนอแนะจากการตรวจเงิน โดยเผยแพร่รายงานออนไลน์ผ่านทางเว็บไซต์

ส่วนสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน ควรจะสร้างความมั่นใจว่ากระบวนการตรวจเงินแผ่นดินมีการตรวจสอบโดยหน่วยงานอิสระอีกชั้นหนึ่ง

รายละเอียดผลการประเมิน OBS2019: https://www.internationalbudget.org/open-budget-survey/country-results/2019/thailand

© 2017 SIAM lab